Bts 20 บาทตลอดสาย ทำได้ทันที

รถไฟฟ้า20บาทตลอดสายเอาใจ"ปู" "แอร์พอร์ตลิงก์-ใต้ดิน-BTS"เด้งรับ[/b][/size]

[color=red][size=2]คมนาคมเด้งรับนโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทย ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้ทันที ไม่ต้องรอ 3-4 ปีให้ครบโครงข่าย นำร่อง “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์” จากเดิมเก็บ 15-45 บาท เหลือ 20 บาท เตรียมเจรจา “บีเอ็มซีแอล” ผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน ลดค่าโดยสารจากปกติ 15-41 บาท เหลือ 20 บาทตลอดสาย “สมบัติ กิจจาลักษณ์” เอ็มดีบีเอ็มซีแอล ชี้ทำได้ แต่รัฐบาลต้องชดเชยรายได้ให้ ฟาก “บีทีเอส” แบะท่ายินดีเจรจา หากวิน-วินทั้งสองฝ่าย[/color][/size]

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ด้านการให้บริการรถไฟฟ้า ด้วยการเก็บอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย มีแนวทางที่จะสามารถดำเนินการได้ทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำรายละเอียด เพื่อเสนอเป็นแนวทางให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ที่จะเข้ามาบริหารงานปลายเดือนสิงหาคมนี้พิจารณาต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นมี 2 แนวทาง คือ 1.นำรถไฟฟ้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมมาดำเนินการเก็บ 20 บาทตลอดสายก่อน มี 2 สายทาง คือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ที่บริหารการเดินรถโดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และรถไฟฟ้าใต้ดิน เส้นทางหัวลำโพง-บางซื่อ โดยมีบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

“ล่าสุด กำลังดูว่าจะเก็บ 20 บาทตลอดสายในรูปแบบ เช่น เก็บแค่ระบบเดียว ตัวอย่างใช้บริการสายแอร์พอร์ตลิงก์ ก็เก็บ 20 บาทตลอดสาย จากปัจจุบันค่าโดยสารปกติอยู่ที่ 15-45 บาท หรือนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็เก็บ 20 บาท จากปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 15-41 บาท หรือจะเก็บ 20 บาท แล้วสามารถนั่งได้ ทั้ง 2 ระบบ”

ทั้งนี้ สายทางที่ทำได้ทันที คือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เฉพาะในส่วนของระบบรถไฟฟ้าธรรมดา หรือ City Line หากรัฐบาลใหม่รับแนวคิดนี้ของกระทรวง เนื่องจากเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ทั้งการก่อสร้างและการเดินรถไฟฟ้า ไม่ว่าผู้โดยสารจะมากหรือน้อย ไม่จำเป็นต้องชดเชยรายได้ให้ แต่เชื่อว่าจะส่งผลต่อโครงการมากกว่า เนื่องจากจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 38,000 เที่ยวคนต่อวัน

ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดินอาจจะต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากจะต้องเจรจากับบริษัทบีเอ็มซีแอล ในฐานะผู้รับสัมปทานว่าจะยอมรับข้อเสนอหรือไม่ แนวทางที่คิดไว้ รัฐบาลจะต้องชดเชยรายได้ส่วนต่างให้กับเอกชน หรืออาจจะไม่ต้องชดเชยให้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้โดยสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์ปริมาณผู้โดยสาร ว่าหากเก็บ 20 บาทตลอดสายแล้ว จะทำให้ผู้โดยสารของรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้นหรือลดลง หากเพิ่มขึ้นมาก รัฐบาลไม่จำเป็นต้องชดเชยรายได้ให้เอกชน

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แนวทางที่ 2 เข้าไปเจรจากับเอกชน 2 ราย ที่ปัจจุบันเป็นผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าในสายปัจจุบัน ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าลอยฟ้า คือ 1.บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) 2.บีเอ็มซีแอล ผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน

“แนวทางเจรจาจะไม่เข้าไปแตะสัญญาสัมปทาน แต่รัฐบาลจะเข้าไปเหมาซื้อการบริการ อาจจะต้องชดเชยรายได้ส่วนต่างให้กับเอกชน เช่น รถไฟฟ้า บีทีเอส เรารู้ว่าปัจจุบันผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 5 แสนเที่ยวคน/วัน เก็บค่าโดยสารสูงสุดอยู่ที่ 40 บาท หากมีการลดค่าโดยสารจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแน่นอน อาจจะเป็น 6-7 แสนเที่ยวคน/วัน จะเจรจาว่าให้เก็บ 30 บาทได้มั้ย โดยเก็บจากผู้โดยสาร 20 บาท ส่วนต่างอีก 10 บาท รัฐจะชดเชยให้ ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดิน จะใช้วิธีการนี้ไปเจรจาเช่นกัน หรืออาจจะเป็นรูปแบบซื้อตั๋วเหมาล่วงหน้าเป็นรายปี เป็นต้น”

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เคยศึกษาไว้หลายรูปแบบ โดยแนวทางอื่น เช่น สูตรเก็บ 18 บาท และเก็บเพิ่ม 2 บาทต่อกิโลเมตร เมื่อเข้าสู่ระบบอื่น การเก็บเป็นโซนพื้นที่ เก็บเพิ่มทีละสถานี เป็นต้น

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการของบีเอ็มซีแอล กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลเพื่อไทย ที่จะเก็บอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้ แต่รัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างรายได้ค่าโดยสารให้เอกชนด้วย

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี กล่าวว่า หากรัฐบาลติดต่อมา บริษัทยินดีเจรจา แต่คงจะต้องขอดู รายละเอียดและวิธีดำเนินการก่อน เพื่อให้สมประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย แนวทางการลดค่าโดยสารลงแล้ว ประเมินว่าจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5 แสนเที่ยวคน/วัน มีรายได้กว่า 10 ล้านบาท/วัน

ขณะที่นายประภัสร์ จงสงวน ทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่พรรคได้หาเสียงไว้นั้น ต้องรอให้โครงข่ายสร้างครบ 12 สายทางตามแผนแม่บทในอีก 4 ปีนี้ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสัมปทานเดิม ซึ่งที่คิดไว้จะเริ่มในสายแรก คือสาย สีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ที่จะเปิดบริการในปี 2557 เนื่องจากเป็นสายทางที่รัฐบาลคุมเรื่องค่าโดยสารเอง

เนื่องจากจ้างเอกชนมาบริหารการเดินรถไฟฟ้า โดยจะเก็บ 20 บาทตลอดสาย ระยะทาง 23 กิโลเมตร แต่เมื่อเข้าระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือบีทีเอส จะต้องเสียตามอัตราปกติ แต่หากกระทรวงคมนาคมเสนอแนวทางนี้มา ก็จะต้องพิจารณาก่อน เพราะต้องทำบนพื้นฐานของความถูกต้อง

ผล

|

|

V

ต้องซื้อแบบ50 เที่ยวถึงได้วันละ 50 บาท พ่องงงงงงงงมุง

เขาเรียกเหมาจ่ายยย

ฺBTS รวย!..พอดี

สมัยผม ม.ต้น bts รายเดือนยังถูกกว่านี้เลยนะ 300 ได้ 20 เที่ยว เลยนะ

ของรัฐอะ 20 บาทตลอดสายทำช้า

ของเอกชนเค้าทำมานานแล้ว

เอาเปรียบอีกแล้ว

ก่อนหน้านี้ก็ประบโปร แพงขึ้น ตอนนี้ก็ปรับอีก เริ่มรับไม่ได้

ผมว่าโปรนี้ก็โอเคนะ

ทำไมคนถึงไม่ชอบล่ะครับ

ออกมาแบบนี้ผมก็รู้อยู่แล้วว่าต้องซื้อรายเดือน

50 เที่ยว ถามว่า ไปทำงาน 20 วัน ไป-กลับก็ 40 เที่ยว ต่อเดือน แล้วอีก 10 เที่ยว นี่ต้องบังคับว่าต้องไปขึ้นในวันหยุดด้วยเหรอ หรือว่า ใครไม่ใช้ก็กำไรเข้า bts ไป

ตอนไปฝึกงานชื้อ บัตร 30 เทียวตกละเที่ยวละ 12 บาท

จับแพะชนแกะแล้วครับ

เดิม ๆ บัตรเดือนของ BTS สูงสุดก็เที่ยวล่ะ 20 บาทอยู่แล้วครับ

แต่กรณีนี้เป็นการขึ้นราคาขั้นต่ำ จากเดิมแค่ 345 ที่ 15 เที่ยวเป็น 375 ที่ 15 เที่ยว

ไม่ใช่การสนองนโยบายรัฐโดยตรง

ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าใช้ไม่ถึงก็เสียไปเปล่า ๆ อยู่แล้ว เป็นแบบนี้มานานครับ ของผมซื้อ 15 เที่ยว บ้างเดือนยังใช้เหลือเลยครับ

คนที่จะใช้ที่ระดับ 50 เที่ยวคือคนที่ทำงานหรือต้องเข้าในใจกลางกรุงตลอดครับ

จับแพะชนแกะยังไงครับ ผมถามด้วยที่ไม่เคยได้ใช้ BTS บ่อยๆ ก็เลยมาลองคำนวณตามประสาคนไม่รู้ราคา

ไม่ได้ว่าคุณครับ

จับแพะชนแกะ คือ เนื้อหาในต้นกระทู้ครับ เพราะไม่ได้เกี่ยวกันเลยระหว่าง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท กับ การปรับราคาของ BTS

อ๋อ ถ้างั้นขออภัยอย่างสูงครับ ก็เข้าว่าผมไปจับแพะ ก็เลยงงหน่ะครับ ขอโทษนะครับท่าน